ระบบหายใจ (Respiratory System)

Admin

  • 1. L/O/G/O www.themegallery.com ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข www.kruseksan.com ระบบหายใจ (Respiratory System)
  • 2. อธิบายโครงสร้าง หน้าที่ของระบบหายใจของมนุษย์ อธิบายเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนแก๊สภายในปอด อธิบายกลไกของการหายใจเข้าและออกของมนุษย์ ทากิจกรรมเพื่อวัดความจุอากาศของปอด เมื่อเรียนจบหัวข้อนี้แล้ว นักเรียนควรจะสามารถ 4 1 2 3 จุดประสงค์การเรียนรู้ ตระหนักถึงความสาคัญของอวัยวะในระบบหายใจ ระบุโครงสร้างที่สาคัญในระบบหายใจ 5 6
  • 3. • คือ ส่วนของอวัยวะของร่างกายทาหน้าที่รับออกซิเจน (O2) จากภายนอกเข้า สู่ร่างกายและนา คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)จากภายใน ออกมาขับทิ้งสู่ ภายนอกร่างกาย โดยอาศัยระบบไหลเวียนโลหิตเป็นตัวกลางในการลาเลียง ก๊าช แบ่งได้เป็น • ทางเดินหายใจส่วนบน ประกอบด้วย จมูก (nose) คอหอย (pharynx) และ กล่องเสียง (larynx) ทางเดินหายใจส่วนล่าง ประกอบด้วย หลอดลม (trachea) ท่อลม (bronchi) และปอด (lung) ทั้งสองข้าง ระบบหายใจ (Respiratory System)
  • 4. การหายใจของคน ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนใหญ่ ๆ 1. การหายใจภายนอก ( external respiration ) เป็นการนาอากาศเข้าสู่ปอด มีการแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่าง ปอดกับเลือด การขนส่งแก๊ส จากเลือดไปยังเซลล์และเนื้อเยื่อ การขนส่งแก๊ส จากเซลล์และ เนื้อเยื่อกลับไปยังปอดตลอดไป จนถึงการนาอากาศ ออกนอกร่างกาย
  • 5. การหายใจของคน ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนใหญ่ ๆ 2. การหายใจภายในเซลล์ ( Internal respiration ) การหายใจที่เป็นปฏิกิริยาที่ เกิดขึ้นภายในเซลล์ของร่างกาย หรือเรียกว่า Cellular respiration หมายถึง การสลาย สารอาหารเพื่อให้ได้พลังงาน กล่าวคือ เมื่อเซลล์ได้รับ สารอาหารและออกซิเจน จะทา ปฏิกิริยากัน
  • 6. คือ การสลายโมเลกุลของอาหารอย่างสมบูรณ์ ได้พลังงานออกมาเต็มที่ ผลิตภัณฑ์ที่ได้ออกมา คือ คาร์บอนไดออกไซด์และน้า ดังสมการ C6H12O6 + 6O6 6CO2 + 6H2O + energy 38 ATP 1. การหายใจแบบใช้แก๊สออกซิเจน (Aerobic respiration) ชนิดการหายใจมี 2 แบบ
  • 7. 2. การหายใจแบบไม่ใช้แก๊สออกซิเจน(Anaerobic respiration) ชนิดการหายใจมี 2 แบบ คือ การสลายโมเลกุลของอาหารไม่สมบูรณ์ ได้พลังงานออกมาเพียง 1 ใน 9 ของการหายใจแบบใช้ออกซิเจน ผลที่ได้จากการหายใจแบบ ไม่ใช้ออกซิเจนจะเกิด ในแบคทีเรียและในเซลล์กล้ามเนื้อลายของ สัตว์ชั้นสูง คือ กรดแลกติก ในยีสต์จะได้เป็นเอทิลแอลกอฮอล์และ คาร์บอนไดออกไซด์ หรือเรียกว่า fermentation
  • 8. 2. การหายใจแบบไม่ใช้แก๊สออกซิเจน (Anaerobic respiration) ชนิดการหายใจมี 2 แบบ การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนในเซลล์กล้ามเนื้อลาย C6H12O6 2C3H6O5 + energy 2 ATP กรดแลกติก
  • 9. 2. การหายใจแบบไม่ใช้แก๊สออกซิเจน (Anaerobic respiration) ชนิดการหายใจมี 2 แบบ การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนในยีสต์ C6H12O6 2C2H5OH + CO2 + energy 2 ATP เอทิลแอลกอฮอล์
  • 10. ข้อควรรู้ ATP ชื่อเต็มว่า Adenosine Triphosphate เป็นสารพลังงานสูง ซึ่ง เซลล์สร้างขึ้นเพื่อใช้ภายในเซลล์ ในการสลาย ATP ให้กลายเป็น ADP จะปล่อยพลังงาน 7.3 kcal ในทางกลับกัน ในการสร้าง ADP ให้ กลายเป็น ATP จะต้องใช้พลังงาน 7.3 kcal
  • 11. องค์ประกอบทางเดินหายใจของคน 1. จมูก (Nosteil) : เป็นทางผ่านเข้าของอากาศ 2. โพรงจมูก (Nasal cavity) : มีเยื่อบุผิวที่มิซิเลีย และเมือกสาหรับดัก สิ่งแปลกปลอมไว้ไม่ให้ ผ่านลงสู่ปอด 3. คอหอย (Pharynx) : บริเวณที่พบกันของช่องอากาศจากจมูก ช่อง อาหารจากปากกล่องเสียงจากหลอดลมคอ 4. หลอดลม (trachea) : เป็นหลอดยาวตรงมีกระดูกอ่อนเรียงเป็นรูป เกือกม้าติดอยู่โดยจะแตกแขนงออกเป็นขั้วปอด 2 ขั้ว
  • 12. องค์ประกอบทางเดินหายใจของคน 5. ขั้วปอด (Bronchus) : เป็นส่วนของหลอดลมที่แยก ออกเป็นกิ่ง ซ้ายและขวา เข้าปอด 6. แขนงขั้วปอด/ หลอดลมฝอย (Bronchiole) เป็นแขนงของท่อลมที่แยกออกไปมากมายและแทรกอยู่ทั่วไปในเนื้อ ปอด และจะไปสิ้นสุดที่ถุงลม (Alveolus) 7. ถุงลมเล็ก ๆ ในปอด (alveoli) : ที่ผนังของถุงลมจะมีเส้นเลือดฝอย ล้อมรอบอยู่มากมาย จึงเป็นแหล่งในการแลกเปลี่ยนก๊าซ ภายในปอด ของคนมีอัลวิโอลัส (ถุงลมเล็ก ๆ) ประมาณ 300 ล้านถุง
  • 13. องค์ประกอบทางเดินหายใจของคน 5. ขั้วปอด (Bronchus) : เป็นส่วนของหลอดลมที่แยก ออกเป็นกิ่ง ซ้ายและขวา เข้าปอด 6. แขนงขั้วปอด/ หลอดลมฝอย (Bronchiole) เป็นแขนงของท่อลมที่แยกออกไปมากมายและแทรกอยู่ทั่วไปในเนื้อ ปอด และจะไปสิ้นสุดที่ถุงลม (Alveolus) 7. ถุงลมเล็ก ๆ ในปอด (alveoli) : ที่ผนังของถุงลมจะมีเส้นเลือดฝอย ล้อมรอบอยู่มากมาย จึงเป็นแหล่งในการแลกเปลี่ยนก๊าซ ภายในปอด ของคนมีอัลวิโอลัส (ถุงลมเล็ก ๆ) ประมาณ 300 ล้านถุง
  • 14. การสูดลมหายใจและการแลกเปลี่ยนแก๊ส การสูดลมหายใจ การหายใจเกี่ยวข้องกับ….. - กล้ามเนื้อกระบังลม - กล้ามเนื้อยึดกระดูกซี่โครง
  • 15. ศูนย์กลางการควบคุม คือ สมองส่วนเมดัลลาออบลองกาตา ( medulla oblongata ) ไวต่อปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ การสูดลมหายใจและการแลกเปลี่ยนแก๊ส
  • 16. แผนผังการสูดลมหายใจ อากาศ รูจมูก (Nostril) โพรงจมูก (nasal cavity) คอหอย (pharynx) กล่องเสียง (larynx) หลอดลม (bronchus) ปอด (lung) ถุงลมปอด (alveolus)
  • 17. ขณะหายใจเข้า (inspiration) - กล้ามเนื้อซี่โครงแถบนอกหดตัว - กล้ามเนื้อยึดซี่โครงแถบในคลายตัว - กระดูกซี่โครงยกตัวสูงขึ้น - กระบังลมต่าลง - กล้ามเนื้อกระบังลมหดตัว - ปริมาตรในช่องอกเพิ่มขึ้น - ความดันของอากาศภายในปอดลดลง
  • 18. ขณะหายใจออก (exspiration) - กล้ามเนื้อยึดซี่โครงแถบนอกคลายตัว - กล้ามเนื้อยึดซี่โครงแถบในหดตัว - กระดูกซี่โครงยกตัวสูงขึ้นลง - กระบังลมยกตัวสูงขึ้น - กล้ามเนื้อกระบังลมคลายตัว - ปริมาตรในช่องอกลดลง - ความดันของอากาศภายในปอดเพิ่มขึ้น
  • 19. การแลกเปลี่ยนแก๊ส 1. การแลกแก๊สระหว่างปอดกับเส้นเลือด ออกซิเจน (O2) จากถุงลมปอดจะแพร่เข้าสู่เส้นเลือดฝอย รวมตัวกับ ฮีโมโกลบิน (haemoglobin : Hb) ที่ผิวเม็ดเลือดแดง กลายเป็นออกซิ ฮีโมโกลบิน (oxyhaemoglobin : HbO2) ส่งไปยังหัวใจ สูบฉีดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  • 20. 2.การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างเส้นเลือดกับเนื้อเยื่อ CO2 แพร่เข้าสู่เส้นเลือด รวมกับน้าในเม็ดเลือด แดง CO2 + H2O เกิดเป็นกรดคาร์บอนิก H2CO3 แตกตัว H + + HCO3 -
  • 21. กลไกการหายใจเข้า-ออก กลไกการหายใจเข้า-ออก กลไกการหายใจเข้า-ออก * หายใจเข้า-ออก กระบวนการ กล้ามเนื้อกะบังลม กระดูกซี่โครง ปริมาตรในปอด ความดันในปอด การหายใจเข้า หดตัวต่าลง ยกตัวขึ้น เพิ่มขึ้น ลดลง การหายใจออก คลายตัวสูงขึ้น ลดต่าลง ลดลง เพิ่มขึ้น
  • 22. ความจุอากาศในปอด แก๊ส ลมหายใจเข้า (%) ลมหายใจออก (%) 1. ออกซิเจน 2. คาร์บอนไดออกไซต์ 3. ไนโตรเจน 4. ไอน้า 21 0.03 78 ไม่คงที่ 19 2.8 78 อิ่มตัว ความจุอากาศของปอดในแต่ละคนจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ 1. เพศ เพศชายจะมีความจุปอดมากกว่าเพศหญิง 2. สภาพร่างกาย นักกีฬามีความจุของปอดมากกว่าคนปกติ 3. อายุ ผู้สูงอายุจะมีความจุปอดลดลง 4. โรคที่เกิดกับปอด โรคบางชนิด เช่น ถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง
  • 23. 1.การควบคุมแบบอัตโนมัติ การควบคุมการหายใจ มี 2 แบบ อยู่ภายนอกอานาจจิตใจ บังคับไม่ได้ ใช้สมองส่วน เมดุลลาออบลองกาตาและพอนด์ 2.การควบคุมภายใต้อานาจจิตใจ โดยใช้ซีเบลลัม ซีรีบัลคอร์เทกซ์ และไฮโพทาลามัส
  • 24. 1.โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema) โรคที่เกิดกับทางเดินหายใจ เป็นโรคที่มีภาวะของการอุดกั้นอย่างเรื้อรังของหลอดลมทั่วปอดทั้ง 2 ข้าง สาเหตุสาคัญ : มาจากการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องหรือได้รับสารพิษใน ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาการ : เกิดการระคายเคืองต่อหลอดลมและทาลายผนังถุงลม เนื้อเยื่อซึ่งโยงยึดหลอดลมและถุงลมจึงเสื่อมลง หลอดลมเล็ก ๆ ขาดการยึดโยงที่ดีจึงแฟบลง เกิดการอุดกั้นของอากาศ ทาให้มีลม ค้างอยู่ในถึงลม เรียกว่า ถุงลมโป่งพอง
  • 25. 2.โรคปอดบวม (Pneumonia) โรคที่เกิดกับทางเดินหายใจ เป็นภาวะที่ปอดเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือในสภาวะที่ผิดปกติอาจจะเกิดจากเชื้อราและพยาธิ เมื่อเป็นปอด บวม จะมีหนอง และสารน้าอย่างอื่นในถุงลม ทาให้ร่างกายไม่ สามารถรับก๊าซ O2 ร่างกายจะขาดก๊าซ O2 และอาจถึงแก่ชีวิต
  • 26. 3.โรคภูมิแพ้จมูก/แพ้อากาศ (Allergic Rhinitis) โรคที่เกิดกับทางเดินหายใจ มีปฏิกิริยาตอบสนองไวเกินต่อสารก่อภูมิแพ้ เมื่อมีสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ ร่างกาย ร่างกายจะส่งแอนติบอดีไปทาปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้ที่ หายใจเข้าไป เป็นผลให้เซลล์บางชนิดภายในจมูก มีการแตกตัวและ หลั่งสารเคมีออกมาทาให้เกิดการอักเสบ และมีอาการต่าง ๆ ของ โรคตามมา
  • 27. L/O/G/O www.themegallery.com Thank You! ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข